×

นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลและแบบขอความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล

Privacy Policy & Terms of Service

นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลและแบบขอความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล

Privacy Policy & Terms of Service

จัดทำเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565
บริษัท เอพีเอสเอ็น โมโตพาร์ท จำกัด (“บริษัทฯ”) ได้จัดให้มีระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกท่าน และบริษัทมีความตั้งใจจะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (“พ.ร.บ.”) โดย พ.ร.บ.. ดังกล่าวกำหนดให้บริษัทที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกต้อง อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายโดยมีรายละเอียดดังนี้ บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ค้าปลีก ค้าส่ง อะไหล่และชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์ บริษัทฯปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศของประเทศไทย และเป็นผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมตามกฎหมาย ประกาศ คำสั่ง ระเบียบ ซึ่งกำหนดและออกใช้บังคับภายในอาณาเขตประเทศไทย บริษัทฯ ดำเนินการในลักษณะนิติบุุคคลผู้ประกอบธุรกิจที่มีการเก็บ รวบรวม ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกฎหมายและประโยชน์ในทางธุรกิจ บริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับลูกค้าทุกท่าน และพนักงาน เพื่อให้ประโยชน์ของลูกค้าและพนักงานในการรักษาสิทธิและใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
1. ข้อมูลที่ให้ความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลหรือเปิดเผยข้อมูล
บริษัทฯ จะดำเนินการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้เงื่อนไขตามหนังสือยินยอมฉบับนี้ ซึ่งได้แก่ข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้
  1. ชื่อ (ทั้งคำนำหน้าชื่อต้น และ/หรือชื่อกลาง)
  2. นามสกุล
  3. หมายเลขบัตรประชาชน และ/หรือ หมายเลขหนังสือเดินทาง และ/หรือหมายเลขประจำตัวบัตรข้าราชการ
  4. วัน เดือน ปี เกิด
  5. หมายเลขใบอนุญาตขับขี่
  6. ที่อยู่ (บ้านเลขที่ หมู่ ถนน แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ ประเทศ รหัสไปรษณีย์)
  7. ตำแหน่งที่อยู่อาศัย (ตำแหน่งสัญญาณดาวเทียมหรือ GPS
  8. หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ หรือ อีเมล์
  9. ข้อมูลบัญชี Social media ที่ใช้สมัครบริการ
  10. ข้อมูลภาพถ่ายของลูกค้า ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว (ระยะเวลาเก็บรักษาไม่เกิน 90 วัน)
  11. เลขทะเบียน รถ รุ่นรถ ยี่ห้อรถ ของลูกค้า
  12. อาชีพ
  13. ข้อมูลการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง ควบคู่กับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแต่ละราย
  14. ข้อมูลชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี สำหรับจัดทำเอกสารใบกำกับภาษี
  15. รูปภัณฑ์ของทรัพย์สินของลูกค้าที่นำเข้ามาใช้บริการประกอบด้วย ภาพถ่ายของยานพาหนะ ตำหนิ สี อุปกรณ์ตกแต่ง
  16. ประวัติการเดินทาง/ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ/ข้อมูลความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สิน
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
บริษัทฯ อาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้
  • ข้อมูลชีวมิติ ประกอบด้วย ข้อมูลเสียง ข้อมูลใบหน้า
  • ข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ที่ได้จากการบันทึกในกล้องวงจรปิด ณ สาขาที่ให้บริการต่างๆ ของบริษัทฯ เช่น ลักษณะการแต่งกาย เครื่องนุ่งห่ม และบุคคลที่มาพร้อมกับลูกค้าฯ
  • ข้อมูลภาพและลักษณะเฉพาะของทรัพย์สินของลูกค้าและบุคคลที่มาพร้อมกับลูกค้าฯ ที่นำเข้ามาใช้บริการภายในบริษัทฯ และสาขาของบริษัทฯ เช่น รูปลักษณ์ของยานพาหนะ ตำหนิ รูปลักษณะของยานพาหนะ สีของยานพาหนะ การตกแต่งยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนควบที่แตกต่างไปจากยานพาหนะคันอื่น อุปกรณ์ป้องกันและรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สินของลูกค้า
วัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลที่มีความอ่อนไหวข้างต้น บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ดังนี้
  • ข้อมูลชีวมิติ บริษัทฯ อาจมีการเก็บ รวบรวม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันตัวตนของบุคคลของลูกค้าผู้เป็นเจ้าของข้อมูล เพื่อรองรับกระบวนการพิสูจน์ตัวตนตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และเพื่อเป็นหลักฐานตามขั้นตอนการนำทรัพย์สินของลูกค้าเข้าใช้บริการและรับทรัพย์สินกลับคืนให้กับลูกค้าฯ ของบริษัทฯ
  • ข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ซึ่งได้จากการบันทึกอยู่ภายในกล้องวงจรปิด ณ สาขาที่ให้บริการต่างๆ ของบริษัทฯ เป็นข้อมูลที่บริษัทจำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้นเพื่อป้องกัน ระงับ อันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพของลูกค้าผู้มาใช้บริการ พนักงานของบริษัทฯ รวมไปถึงเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับทรัพย์สินของลูกค้าที่นำเข้าภายในพื้นที่ดำเนินการของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีข้อความแจ้งต่อลูกค้าในพื้นที่รัศมีของการบันทึกภาพของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาส “ไม่ยินยอม” หรือ “แจ้งให้บริษัทฯ ลบข้อมูล” ในภายหลังได้ โดยกระบวนการถอนความยินยอมหรือการใช้สิทธิต่างๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ได้มีช่องทางตามที่จะได้กล่าวต่อไป
3. วัตถุประสงค์การเก็บ รวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล
การเก็บ รวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้น บริษัทฯ ดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
  • เพื่อประโยชน์ในการยืนยันตัวตนและปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศของหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมายของประเทศไทย
  • เพื่อเป็นหลักฐานทางกฎหมายในการทำนิติกรรมหรือธุรกรรมของบริษัทฯ และของลูกค้า
  • เพื่อประโยชน์ในการรับสิทธิประโยชน์ ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เสนอสิทธิประโยชน์หรือโอกาสในการใช้บริการ ได้รับสิทธิหรือสิ่งของสมนาคุณ
  • เพื่อเสนอบริการหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ
  • เพื่อรับฟังความคิดเห็นสำหรับปรับปรุงพัฒนา การบริการและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ
  • เพื่อการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาข้างต้น
4. การประมวลผลข้อมูล
บริษัทฯ มีหน้าที่นำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า มาใช้ประมวลผลเพื่อตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และนำมาตรวจสอบกับรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำข้อมูลของท่าน มาประมวลผลเพื่อประโยชน์ในการประเมินว่า พฤติกรรมหรือรูปแบบการใช้บริการของท่าน เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ด้านใดของบริษัทฯ เพื่อที่บริษัทฯ จะได้นำเสนอ ผลิตภัณฑ์หรือบริการ หรือสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุด
5. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท จะไม่เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และระยะเวลาการเรียกร้องสิทธิหรืออายุความฟ้องร้องดำเนินคดีในทางแพ่ง (10ปี) กรณีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ประเภทภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด บริษัทฯ มีระยะเวลาในการเก็บรักษาไว้ 90 วัน นับแต่วันที่บันทึกภาพ
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นการเปิดเผยเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด บริษัทฯ อาจจะเปิดเผยข้อมูลต่อบริษัทฯ ที่บริษัทฯ มอบหมายให้เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือเป็นการปฏิบัติตามสัญญาร่วมกันระหว่างบริษัทฯ หรือบริษัทฯ คู่ค้า เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ลูกค้าร่วมกันเท่านั้น
7. การส่งหรือโอนข้อมูลให้แก่ผู้อื่นหรือบุคคลภายนอกในประเทศและต่างประเทศ
  • บริษัทฯ จะไม่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปให้บุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ลูกค้าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ร้องขอให้บริษัทฯ ดำเนินการส่งหรือโอนข้อมูล และ
  • บริษัทฯ จะไม่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปให้บุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอื่นในต่างประเทศ เว้นแต่เป็นการส่งข้อมูลให้บริษัทฯ ในเครือ หรือสาขา หรือบริษัทคู่ค้าฯ ที่มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ลูกค้ารายนั้นๆ ร่วมกันเท่านั้น และ
  • หากบริษัทฯ มีเหตุผลและวัตถุประสงค์จำเป็นที่ต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตามที่กล่าวข้างต้น บริษัทฯ จะส่งหรือโอนข้อมูลให้เฉพาะประเทศปลายทางที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
8. บรรดาสิทธิต่างๆของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและช่องทางในการใช้สิทธิ
เมื่อเจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผลหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบริษัทฯ แล้ว เจ้าของข้อมูลย่อมมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการดังต่อไปนี้
  • สิทธิในการขอถอนความยินยอม – เมื่อได้ให้ความยินยอมแล้ว เจ้าของข้อมูลฯ จะเพิกถอนการยินยอมให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิห้ามเพิกถอนตามกฎหมายหรือตามสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลฯ ทั้งนี้การเพิกถอนการยินยอม ไม่กระทบต่อการเก็บ/การใช้/การเปิดเผยข้อมูล ซึ่งได้กระทำไปในระหว่างได้รับความยินยอมโดยชอบและบริษัทฯ จะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีการถอนความยินยอม
  • สิทธิในการเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูล – เจ้าของข้อมูลฯ มีสิทธิที่จะเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่บริษัทฯ รับผิดชอบอยู่และมีสิทธิขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตอนไม่ได้ให้ความยินยอม
  • สิทธิในการขอรับข้อมูลและขอให้ส่งต่อ/โอนข้อมูล – เจ้าของข้อมูลมีสิทธิรับข้อมูลของตนจากบริษัทฯ ได้ ในกรณีที่บริษัทฯ จัดให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่อ่าน หรือใช้งานทั่วไปและเปิดเผยได้อัตโนมัติ ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ และเจ้าของข้อมูลฯ มีสิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลของตนในรูปแบบอัตโนมัติข้างต้น ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลฯรายอื่น เมื่อกระทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติและเจ้าของข้อมูลฯ มีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลฯ รายอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้การใช้สิทธิข้อนี้ เจ้าของข้อมูลต้องให้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง ซึ่งไม่อยู่ในขั้นตอนการปฏิบัติงานโดยปกติของบริษัทฯ
  • สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม/ใช้/เปิดเผยข้อมูลของตน – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิที่จะคัดค้านมิให้บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่เป็นการดำเนินการที่บริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและเป็นกรณี การเก็บ รวบรวมหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเพื่อเก็บเป็นพยานหลักฐาน สำหรับการดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้นระหว่างบริษัทฯ กับลูกค้าภายในอายุความแห่งกฎหมาย
  • สิทธิในการขอให้ลบ/ทำลายหรือทำให้ข้อมูลนั้นไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล – เจ้าของข้อมูลฯ มีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมลฯ ดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลนั้นไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ หากว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ที่เคยแจ้งไว้ หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลได้ถอนความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเย และผู้ควบคุมฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลนั้นอีกต่อไป หรือดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลนั้นไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ เมื่อเจ้าของข้อมูลใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ข้อมูลนั้น และผู้ควบคุมข้อมูลฯ ไม่สามารถปฏิเสธคำคัดค้านนั้นได้ หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้บริษัทฯ อาจคัดค้านการใช้สิทธินี้ ถ้าการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกรณีที่บริษัทฯ ดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นกรณีเพื่อเก็บพยานหลักฐานสำหรับการดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้นระหว่างบริษัทฯ กับลูกค้าภายในอายุความแห่งกฎหมาย
  • สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล – เจ้าของข้อมูลฯ มีสิทธิที่จะขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ เมื่อเจ้าของข้อมูลขอให้บริษัทฯ ดำเนินการให้ข้อมูลนั้นถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด แต่บริษัทฯ ไม่ดำเนินการ รวมถึงเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่ต้องลบ ทำลาย เนื่องจากบริษัทเก็บรวมรวม/ใช้/เปิดเผย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ หรืออยู่ระหว่างการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเมื่อบริษัทฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อพิสูจน์กรณีปฏิเสธคำคัดค้านของเจ้าของข้อมูล
  • สิทธิในการขอให้ดำเนินการให้ข้อมูลถูกต้องและเป็นปัจจุบัน – เจ้าของข้อมูลฯ ใช้สิทธิเร้องขอให้บริษัท ดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
  • สิทธิในการยื่นเรื่องร้องเรียน – เจ้าขอข้อมูลมีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลฯ เชื่อว่า การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล บริษัทดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่บังคับใช้อยู่
9. ช่องทางในการใช้สิทธิ
บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางให้เจ้าของข้อมูลใช้สิทธิได้ดังนี้
  • วิธีการขอความยินยอมโดยขอเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษร ณ สำนักงานหรือสาขาที่ให้บริการของบริษัทฯ
  • วิธีการขอความยินยอมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านเว็บไซด์หรือช่องทาง Social network อื่นๆ ของบริษัท
กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการเมื่อท่านใช้สิทธิ
  • สิทธิในการดำเนินการให้ข้อมูลถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รวมถึงสิทธิขอถอนความยินยอม ระยะเวลาไม่เกิน 7 วันทำการ
  • สิทธิในการเข้าถึง ขอสำเนาข้อมูล ขอรับข้อมูล ขอให้ส่งต่อ/โอนข้อมูล คัดค้านการเก็บรวบรวม/ใช้/เปิดเผยขอมูล ขอให้ลบ/ทำลาย/ระงับ ระยะเวลา ไม่เกิน 30 วันทำการ
10. ผลของการเพิกถอนความยินยอม
กรณีที่เจ้าของข้อมูลประสงค์จะถอนความยินยอม ในการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะเกิดผลดังนี้
  • เจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่ บริษัทฯ มิได้เก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล และเปิดเผย เพื่อวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ ดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งไม่สามารถยกเลิกได้เท่านั้น
  • เจ้าของข้อมูลอาจไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เสนอสิทธิหรือประโยชน์หรือโอกาสในการใช้บริการ ได้รับสิทธิหรือสิ่งของสมนาคุณ
  • เจ้าของข้อมูลอาจไม่ได้รับขอเสนอเกี่ยวกับบริการหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท
  • เจ้าของข้อมูลอาจไม่ทราบถึงความความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงพัฒนาการบริการและนำเสนอผลิตภัณฑ์
  • เจ้าของข้อมูลอาจไม่สามารถดำเนินการอื่นๆ เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาข้างต้นได้
  • เจ้าของข้อมูลอาจไม่สามารถเรียกคืนข้อมูลที่ได้เพิกถอนและระงับความยินยอมไปแล้วในภายหลังได้
11. บริษัทฯ มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลของเจ้าของข้อมูลไว้เป็นอย่างดี โดยเก็บไว้ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยบริษัท มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่เก็บรักษาข้อมูล ประมวลผลข้อมูลอย่างเหมาสะม และมีมาตรการในการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบาย วิธีการปฏิบัติเช่น มาตรการป้องกันมิให้พนักงานนำข้อมูลลูกค้าออจากระบบของบริษัทฯ มาตรการรักษาความปลอดภัยของระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ กำหนดข้อตกลงอย่างเคร่งครัดกับคู่สัญญาเกี่ยวกับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและข้อบังคับสำหรับพนักงานและบุคลากรในการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
12. การติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท เอพีเอสเอ็น โมโตพาร์ท จำกัด
เลขที่ 476/3 ซอยจันทน์ 28 ถนนจันทน์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
หมายเลขโทรศัพท์ : 02-048-0408
อีเมล์ : [email protected]
ยินยอม ไม่ยินยอม

บริการช่วยเหลือ


คำถามที่พบบ่อย

1. ฉันจะสั่งซื้อสินค้าบน Motofiix ได้อย่างไร

  • ค้นหาสินค้าที่คุณต้องการ คุณสามารถค้นหาสินค้าที่คุณต้องการได้อย่างหลากหลาย โดยใช้แถบค้นหาสินค้า ซึ่งอยู่ด้านบนสุดของหน้าแรก
  • กดเลือก สินค้า จากผลการค้นหาที่ขึ้น
  • เมื่อเจอสินค้าที่ต้องการ คุณสามารถทำการเลือกขนาด สี และรุ่น ที่ต้องการโดยการเลือกกด “ซื้อสินค้า” หรือกด “เพิ่มไปยังรถเข็น”
  • **หากคุณต้องการซื้อสินค้าทันที กรุณากด “ซื้อสินค้า”

    **หากคุณต้องการเลือกซื้อสินค้าอื่นๆ ต่อและทำการซื้อในภายหลัง กรุณากด “เพิ่มไปยังรถเข็น”


การซื้อสินค้า

  1. หลังจากคลิกปุ่ม “ซื้อสินค้า” ผู้ซื้อต้องกรอกจำนวนสินค้าที่ต้องการ และ/ หรือ ต้องเลือกรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม เช่น เลือกสี, ขนาด, ความจุ และรุ่น หลังจากนั้นคลิกปุ่ม "ซื้อตอนนี้" คุณจะไปสู่หน้า รถเข็นสินค้า
  2. เลือก สินค้าที่ต้องการชำระเงิน
  3. เลือกวิธีการชำระเงิน
    • การเลือกชำระเงินแบบเต็มจำนวน (บัตรเครดิต/เดบิต ATM/iBanking)
    • การผ่อนชำระ 0%
    • QR CODE Promptpay
  4. เลือกขนส่งที่ต้องการใช้บริการ สามารถเลือกจัดส่งที่บ้านหรือร้านค้า (สำนักงานใหญ่)
  5. ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ในการจัดส่ง และจำนวนเงินที่ต้องชำระ กดปุ่ม “ชำระเงิน”

2. ฉันสามารถเปลี่ยนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และขนส่งที่ใช้ในการจัดสั่งได้อย่างไร

  • กรณีที่ท่านต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่อยู่จัดส่งในระบบ จะไม่สามารถแก้ไขได้หลังจากทำรายการสั่งซื้อสำเร็จ ลูกค้าต้องทำการยกเลิกรายการสั่งซื้อเดิม และดำเนินการสั่งซื้อสินค้าใหม่อีกครั้งโดยกรอกข้อมูลที่อยู่ที่ท่านสะดวกให้นำส่งสินค้า

3.ฉันสามารถตรวจสอบสถานะการสั่งซื้อของฉันได้อย่างไร

คุณสามารถตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อของคุณผ่านเว็บไซต์ Motofiix Thailand โดยไปที่คำสั่งซื้อของคุณ

  • ที่ต้องชำระ ประกอบด้วยคำสั่งซื้อทั้งหมดที่ยังไม่ได้ชำระเงิน
  • ที่ต้องจัดส่ง ประกอบด้วยคำสั่งซื้อที่ชำระเงินทั้งหมดที่ยังไม่ได้จัดส่งโดยผู้ขาย
  • ที่ต้องได้รับ ประกอบด้วยคำสั่งซื้อทั้งหมดที่ทำการจัดส่งแล้ว
  • สำเร็จ ประกอบด้วยคำสั่งซื้อทั้งหมดที่จัดส่งสำเร็จแล้ว
  • ยกเลิกแล้ว ประกอบด้วยคำสั่งซื้อทั้งหมดที่ถูกยกเลิกสำเร็จ

4. ฉันจะยกเลิกคำสั่งซื้อได้อย่างไร

สถานะคำสั่งซื้อของคุณคือ “ที่ต้องจัดส่ง” คุณสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อของคุณโดยง่ายเพียงกด “ยกเลิก”

*ถ้าผู้ขายทำการแพ็คสินค้าหรือส่งพัสดุของคุณไปยังบริษัทขนส่งแล้ว จะไม่สามารถกดยกเลิกสินค้าได้

สถานะคำสั่งซื้อของคุณคือ “ที่ต้องได้รับ” คำสั่งซื้อไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่สามารถกดยกเลิกได้ หากคุณไม่ต้องการรับพัสดุแล้ว คุณสามารถยกเลิกโดยการปฎิเสธรับพัสดุจากขนส่งได้


5. ฉันจะได้เงินคืนเมื่อใด เมื่อกดยกเลิกแล้ว

ทาง Motofiix จะดำเนินการคืนเงินให้กับคุณหลังจากได้รับสินค้าและตรวจสอบสินค้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่องทางการคืนเงินจะขึ้นอยู่กับช่องทางที่คุณได้ทำการชำระของหมายเลขคำสั่งซื้อนั้นๆ


6. ฉันจะเข้าบัญชีของฉันได้อย่างไร หากฉันลืมรหัสผ่าน?

หากคุณไม่ได้เข้าสู่ระบบและลืมรหัสผ่านบัญชีของคุณ เลือก ลืมรหัสผ่าน? ในการเข้าสู่ระบบ > กรอกเบอร์โทรศัพท์ หรือ Email ที่เชื่อมต่อกับบัญชี > ถัดไป >ใส่รหัสยืนยันจาก SMS > ตั้งรหัสผ่านใหม่ > ตกลง


7. ฉันจะติดต่อ Motofiix ได้อย่างไร

ติดต่อเรา - Motofiix Thailand เลขที่ 476/3 ซอย จันทน์ 28 แขวง ทุ่งวัดดอน เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 02-048-0408


การซื้อสินค้าและชำระเงิน

  1. หลังจากคลิกปุ่ม “ซื้อสินค้า” ผู้ซื้อต้องกรอกจำนวนสินค้าที่ต้องการ และ/ หรือ ต้องเลือกรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม เช่น เลือกสี, ขนาด, ความจุ และรุ่น หลังจากนั้นคลิกปุ่ม "ซื้อตอนนี้" คุณจะไปสู่หน้า รถเข็นสินค้า
  2. เลือก สินค้าที่ต้องการชำระเงิน
  3. เลือกวิธีการชำระเงิน
    • การเลือกชำระเงินแบบเต็มจำนวน (บัตรเครดิต/เดบิต ATM/iBanking)
    • การผ่อนชำระ 0%
    • QR CODE Promptpay
  4. เลือกขนส่งที่ต้องการใช้บริการ สามารถเลือกจัดส่งที่บ้านหรือร้านค้า (สำนักงานใหญ่)
  5. ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ในการจัดส่ง และจำนวนเงินที่ต้องชำระ กดปุ่ม “ชำระเงิน”

นโยบายการคืนสินค้าและการคืนเงิน

หากคุณต้องการขอคืนเงิน/ คืนสินค้า คุณสามารถกดส่งคำขอได้ในเว็บไซต์ภายในระยะเวลา 3-15 วัน* หลังจากที่ได้รับสถานะ “การจัดส่งสำเร็จ” จากบริษัทที่ทำการขนส่ง

*หมายเหตุ* หากผู้ซื้อกด”ฉันได้ตรวจสอบและยอมรับสินค้าแล้ว” จะไม่สามารถ เลือก ”คืนเงิน/คืนสินค้า” ได้

เงื่อนไขในการคืนสินค้าเป็นอย่างไร?

คุณสามารถคืนสินค้าได้เนื่องจาก:

  • สินค้าชำรุด/ เสียหาย ใช้งานไม่ได้
  • ได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่ง เช่น ขนาด หรือ สีของสินค้าผิด เป็นต้น
  • สินค้าการทำงานไม่สมบูรณ์ หรือหมดอายุ
  • สินค้าที่ได้รับผิดไปจากรายละเอียดสินค้าไปมาก
  • เปลี่ยนใจ

Motofiix Thailand มีนโยบายการคืนสินค้าสำหรับทุกๆ คำสั่งซื้อใน https://motofiixthailand.com แก่ลูกค้าทุกท่าน เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่พึงพอใจสูงสุด ภายในเวลา 7 วัน โดยจะเริ่มนับจากวันที่ผู้ให้บริการขนส่งจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า (นับรวมวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

โดย Motofiix Thailand มีบริการหลังการขาย 3 ตัวเลือก ได้แก่

  • การคืนเงิน “คืนสินค้าเพื่อรับเงินคืน” หรือ “คืนเงิน” หมายถึง ลูกค้าต้องการส่งคืนสินค้า และตั้งใจจะรับเงินคืนสำหรับคำสั่งซื้อดังกล่าว
  • การเปลี่ยนสินค้า หมายถึง ลูกค้าต้องการส่งคืนสินค้าที่ซื้อไปยังผู้ขาย และตั้งใจจะรับสินค้าใหม่ที่เป็นชนิดและแบบเดียวกันกับที่ลูกค้าสั่งซื้อ โดยไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าเป็นรุ่นอื่นได้ หากลูกค้าต้องการเปลี่ยนสินค้าเป็นรุ่นอื่น ลูกค้าต้องคืนสินค้า และสั่งใหม่เท่านั้น
  • การซ่อมแซม หมายถึง ลูกค้าซื้อสินค้าที่มีการรับประกัน และสินค้าดังกล่าวไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง การรับประกันสินค้าของแบรนด์แต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน ซึ่งข้อกำหนดและเงื่อนไขในการรับประกันจะแตกต่างกันไปตามแต่ละแบรนด์ โปรดตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขการรับประกันก่อนยื่นคำร้องบริการหลังการขาย หากคำร้องบริการหลังการขายของลูกค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุ คำร้องนั้นๆ จะไม่ถูกอนุมัติ

Motofiix Thailand มีนโยบายการคืนสินค้าสำหรับทุกๆ คำสั่งซื้อใน https://motofiixthailand.com แก่ลูกค้าทุกท่าน เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่พึงพอใจสูงสุด ภายในเวลา 7 วัน โดยจะเริ่มนับจากวันที่ผู้ให้บริการขนส่งจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า (นับรวมวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ข้อกำหนดสำหรับการยื่นคำร้องบริการหลังการขาย

  1. เงื่อนไขการคืนสินค้าและเหตุผลการคืนสินค้า

    สินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ส่งคืนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

    หมายเหตุ

    • สินค้าชำรุด/ เสียหาย ใช้งานไม่ได้ หมายถึง สินค้าเกิดความเสียหายระหว่างทาง และ/หรือ บรรจุภัณฑ์ภายนอกเสียหาย
    • ได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่ง เช่น ขนาด หรือ สีของสินค้าผิด เป็นต้น หมายถึง สินค้าที่ได้รับไม่ถูกต้องตามรายการที่สั่งซื้อ
    • สินค้าที่รับไม่ครบ หมายถึง สินค้าที่อุปกรณ์ขาดหาย หรือมีอุปกรณ์ไม่ครบตามรายละเอียดที่บริษัทแจ้งไว้
    • สินค้าที่ได้รับผิดไปจากรายละเอียดสินค้าไปมาก หมายถึง สินค้าที่ไม่ตรงตามรายละเอียดบนเว็บไซต์
    • เปลี่ยนใจ หมายถึง ลูกค้าตัดสินใจคืนสินค้าด้วยเหตุผลอื่นนอกเหนือจากที่ระบุข้างต้น สินค้าต้องอยู่ในสภาพเดิม บรรจุภัณฑ์ไม่ถูกแกะหรือฉีกขาด เว้นแต่อาจเกิดสภาพไม่ปกติที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
  2. การคืนสินค้าเพื่อรับเงินคืน

    หมายเหตุ

    การคืนเงินเข้าบัตรเครดิตจะขึ้นอยู่กับรอบการเรียกเก็บเงินและนโยบายการคืนเงินของบัตรของลูกค้า (หากลูกค้าไม่ได้รับเงินคืนหลังรอบบิลสองเดือนถัดไป ให้ลูกค้าติดต่อไปยังธนาคารเจ้าของบัตรของลูกค้า)

    *ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารเจ้าของบัตร

  3. ค่าขนส่ง

    **ผู้ซื้อต้องสำรองจ่ายค่าจัดส่งก่อน เมื่อจัดส่งแล้ว รบกวนส่งหลักฐานการจัดส่ง (รวมทั้งรูปภาพพัสดุ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง) หมายเลขแทรคกิ้ง ใบเสร็จค่าจัดส่ง และรายละเอียดอื่นๆ กลับมาทางอีเมลเพื่อเคลมค่าส่งสินค้าคืน

    -หากบริษัทตรวจสอบสินค้าที่ส่งคืนและยืนยันคำขอคืนเงินคืนสินค้าเรียบร้อยแล้ว จะทำการคืนเงินให้กับลูกค้าทันที โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทการชำระเงิน

    หมายเหตุ

    • ส่งคืนสินค้าเพราะเปลี่ยนใจ ไม่ต้องการสินค้านี้แล้ว ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์คืนเงินเฉพาะค่าสินค้าเท่านั้น
    • ส่งคืนสินค้าเพราะต้องการเปลี่ยนสี เปลี่ยนไซซ์ ลูกค้าจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการส่งกลับ

กด Link ด้านบนเพื่อกรอกแบบฟอร์มยื่นร้องขอเงินคืน


ติดต่อเรา - Motofiix Thailand เลขที่ 476/3 ซอย จันทน์ 28 แขวง ทุ่งวัดดอน เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 02-048-0408

กรอกคำที่ต้องการค้นหา

ปิด