เปิดใช้งานตลอดเวลา
task_altคัดลอก URL เรียบร้อยแล้ว
22 มีนาคม 2566
visibility314
เปิดจองแต่ยังไม่บอกราคา สำหรับ 2023 Honda XL750 Transalp รถสไตล์แอดเวนเจอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์ในทุกการเดินทางไม่ว่าจะถนนเรียบและทางวิบาก ซึ่งใครเห็นก็รู้ว่าทาง Honda เอามาหยุดความร้อนแรงของ Yamaha Tracer 700 ก็ว่าได้ ส่วนราคาค่าตัวก็คาดการณ์ได้เลยว่าอยู่ใกล้เคียงกันนั้นล่ะ
ทั้งนี้รหัส XL ถือว่าเป็นซีรีส์เก่าแก่ของ Honda ก็ว่าได้ เกิดขึ้นแต่ในช่วงยุค 70s ซึ่งตระกูลนี้จะเป็นรถประเภทแอดเวนเจอร์/ออฟโรคกันทั้งหมด โดย 2023 Honda XL750 Transalp ถือว่าเป็นโมเดลใหม่ล่าสุดในตระกูล เพิ่งเปิดตัวที่อิตาลีไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และในไทยก็เปิดตัวตามไปอย่างรวดเร็วในงาน Motor Show 2023 นี้เอง


เริ่มกันที่เครื่องยนต์ Unicam Parallel-Twin ขนาด 755 ซีซี. 8 วาล์ว โดยเป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ CB750 Hornet รถมอเตอร์ไซค์อีกรุ่นที่ทาง Honda นำเข้ามาขายในไทยอีกด้วย ซึ่งมอบกำลังสูงสุด 90 แรงม้า ที่ 9,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 75 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที พร้อมส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด และมีสลิปเปอร์คลัตช์ให้ใช้งาน
นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ Travel, Sport, Standard, Rain และ User ที่สามารถปรับค่าต่างๆ ได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ ดังต่อไปนี้ Honda Selectable, Torque Control, Integrated Wheelie Control Off-road ABS (สามารถเปิด/ปิดได้ เฉพาะล้อหลัง)
ระบบกันสะเทือนไม่เป็นสองรองใครแน่นอน โดย 2023 Honda XL750 Transalp เลือกใช้ของแบรนด์ Showa โดยโช้คอัพหน้าเป็นแบบ Upside down ขนาดแกน 43 มม. สามารถปรับพรีโหลดได้ ในส่วนระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบ Pro-Link สามารถปรับพรีโหลดได้เช่นกัน

ระบบเบรคหน้าเป็นแบบดิสก์คู่ ซึ่งจับคู่กับปั๊มเบรค 2 ลูกสูบ ในส่วนเบรคหลังเป็นคาลิปเปอร์แบบลูกสูบเดียว ก้านมือเบรคสามารถปรับระยะได้อีกด้วย โดยประสิทธิภาพการเบรคมั่นใจได้เลยว่า “เอาอยู่แน่นอน” สำหรับล้อหน้าให้มาในขนาด 21 นิ้ว และล้อหลังให้มาในขนาด 18 นิ้ว วงล้ออะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาและให้ความแข็งแกร่ง พร้อมกับยางที่ใช้เป็นแบบใช้ยางในที่เป็นไปตามแบบฉบับของรถประเภทนี้อยู่แล้ว
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการขับขี่มาตรฐานของรถในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อกับมือถือสมาร์ทโฟนได้ และปรับสีได้อีกด้วย ระบบไฟส่องสว่างเป็น LED ทั้งคัน มีระบบไฟฉุกเฉินด้านหลังให้ใช้งาน ตลอดจนแร็คท้ายที่สามารถติดตั้งกล่องท้ายได้เลย ไม่ต้องไปเสียเวลาหาแร็คใหม่แต่อย่างใด

2023 Honda XL750 Transalp มีน้ำหนักอยู่ที่ 208 กก. (ไม่รวมของเหลว) ความสูงของเบาะจากพื้นอยู่ที่ 850 มม. และน้ำมันเชื้อเพลิงมีความจุอยู่ที่ 16.9 ลิตร ทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมของ 2023 Honda XL750 Transalp ที่เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว
Honda XL750 Transalp มี2 สี ได้แก่ สีขาว และ สีดำ เปิดรับจองตั้งแต่ในงานนี้เป็นต้นไป
สรุป
มันเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ลุยในระดับหนึ่ง อาจไปไม่ถึงพวกวิบากอยู่แล้ว แต่ถ้าเส้นทางท่องเที่ยวต่างๆ เอาอยู่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ผาตัด, เขากระโจม, ดอยสอยมาลัย ตลอดจนที่อื่นๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา ซึ่ง 2023 Honda XL750 Transalp จะไม่ใช่รถที่มีเทคโนโลยีอะไรที่มากมายสักเท่าไหร่ เพราะในกรณีที่มีปัญหาขึ้นมาในป่าเขา คุณจะยังสามารถขับขี่รถออกมาได้อย่างแน่นอน ต่อให้ระบบไฟมีปัญหาก็จะสามารถขับลงมาด้านล่างได้
เสริมตลาดฝั่งบริษัท Honda โดยรถลักษณะนี้ของบริษัทจะมีแค่ Honda Africa Twin ซึ่งเป็นตัวใหญ่ของบริษัท ไหนราคาจะสูงพอสมควร น้ำหนักของรถที่มาก ทำให้การลุยขับขี่ใช้พละกำลังมากกว่า แต่เมื่อเป็น 2023 Honda XL750 Transalp ที่มีน้ำหนักตัวที่เบา ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะใช้กำลังควบคุมน้อยกว่า ทำให้คุณสามารถไปได้ไกลกว่านั้นเอง
เปิดจองแต่ยังไม่บอกราคา สำหรับ 2023 Honda XL750 Transalp รถสไตล์แอดเวนเจอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์ในทุกการเดินทางไม่ว่าจะถนนเรียบและทางวิบาก ซึ่งใครเห็นก็รู้ว่าทาง Honda เอามาหยุดความร้อนแรงของ Yamaha Tracer 700 ก็ว่าได้ ส่วนราคาค่าตัวก็คาดการณ์ได้เลยว่าอยู่ใกล้เคียงกันนั้นล่ะ
ทั้งนี้รหัส XL ถือว่าเป็นซีรีส์เก่าแก่ของ Honda ก็ว่าได้ เกิดขึ้นแต่ในช่วงยุค 70s ซึ่งตระกูลนี้จะเป็นรถประเภทแอดเวนเจอร์/ออฟโรคกันทั้งหมด โดย 2023 Honda XL750 Transalp ถือว่าเป็นโมเดลใหม่ล่าสุดในตระกูล เพิ่งเปิดตัวที่อิตาลีไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และในไทยก็เปิดตัวตามไปอย่างรวดเร็วในงาน Motor Show 2023 นี้เอง


เริ่มกันที่เครื่องยนต์ Unicam Parallel-Twin ขนาด 755 ซีซี. 8 วาล์ว โดยเป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ CB750 Hornet รถมอเตอร์ไซค์อีกรุ่นที่ทาง Honda นำเข้ามาขายในไทยอีกด้วย ซึ่งมอบกำลังสูงสุด 90 แรงม้า ที่ 9,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 75 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที พร้อมส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด และมีสลิปเปอร์คลัตช์ให้ใช้งาน
นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ Travel, Sport, Standard, Rain และ User ที่สามารถปรับค่าต่างๆ ได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ ดังต่อไปนี้ Honda Selectable, Torque Control, Integrated Wheelie Control Off-road ABS (สามารถเปิด/ปิดได้ เฉพาะล้อหลัง)
ระบบกันสะเทือนไม่เป็นสองรองใครแน่นอน โดย 2023 Honda XL750 Transalp เลือกใช้ของแบรนด์ Showa โดยโช้คอัพหน้าเป็นแบบ Upside down ขนาดแกน 43 มม. สามารถปรับพรีโหลดได้ ในส่วนระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบ Pro-Link สามารถปรับพรีโหลดได้เช่นกัน

ระบบเบรคหน้าเป็นแบบดิสก์คู่ ซึ่งจับคู่กับปั๊มเบรค 2 ลูกสูบ ในส่วนเบรคหลังเป็นคาลิปเปอร์แบบลูกสูบเดียว ก้านมือเบรคสามารถปรับระยะได้อีกด้วย โดยประสิทธิภาพการเบรคมั่นใจได้เลยว่า “เอาอยู่แน่นอน” สำหรับล้อหน้าให้มาในขนาด 21 นิ้ว และล้อหลังให้มาในขนาด 18 นิ้ว วงล้ออะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาและให้ความแข็งแกร่ง พร้อมกับยางที่ใช้เป็นแบบใช้ยางในที่เป็นไปตามแบบฉบับของรถประเภทนี้อยู่แล้ว
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการขับขี่มาตรฐานของรถในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อกับมือถือสมาร์ทโฟนได้ และปรับสีได้อีกด้วย ระบบไฟส่องสว่างเป็น LED ทั้งคัน มีระบบไฟฉุกเฉินด้านหลังให้ใช้งาน ตลอดจนแร็คท้ายที่สามารถติดตั้งกล่องท้ายได้เลย ไม่ต้องไปเสียเวลาหาแร็คใหม่แต่อย่างใด

2023 Honda XL750 Transalp มีน้ำหนักอยู่ที่ 208 กก. (ไม่รวมของเหลว) ความสูงของเบาะจากพื้นอยู่ที่ 850 มม. และน้ำมันเชื้อเพลิงมีความจุอยู่ที่ 16.9 ลิตร ทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมของ 2023 Honda XL750 Transalp ที่เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว
Honda XL750 Transalp มี2 สี ได้แก่ สีขาว และ สีดำ เปิดรับจองตั้งแต่ในงานนี้เป็นต้นไป
สรุป
มันเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ลุยในระดับหนึ่ง อาจไปไม่ถึงพวกวิบากอยู่แล้ว แต่ถ้าเส้นทางท่องเที่ยวต่างๆ เอาอยู่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ผาตัด, เขากระโจม, ดอยสอยมาลัย ตลอดจนที่อื่นๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา ซึ่ง 2023 Honda XL750 Transalp จะไม่ใช่รถที่มีเทคโนโลยีอะไรที่มากมายสักเท่าไหร่ เพราะในกรณีที่มีปัญหาขึ้นมาในป่าเขา คุณจะยังสามารถขับขี่รถออกมาได้อย่างแน่นอน ต่อให้ระบบไฟมีปัญหาก็จะสามารถขับลงมาด้านล่างได้
เสริมตลาดฝั่งบริษัท Honda โดยรถลักษณะนี้ของบริษัทจะมีแค่ Honda Africa Twin ซึ่งเป็นตัวใหญ่ของบริษัท ไหนราคาจะสูงพอสมควร น้ำหนักของรถที่มาก ทำให้การลุยขับขี่ใช้พละกำลังมากกว่า แต่เมื่อเป็น 2023 Honda XL750 Transalp ที่มีน้ำหนักตัวที่เบา ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะใช้กำลังควบคุมน้อยกว่า ทำให้คุณสามารถไปได้ไกลกว่านั้นเอง
remove_red_eye {{ value.product_views }}
{{ value.is_fav ? 'favorite' : 'favorite_border' }}
content_copy