เปิดใช้งานตลอดเวลา
task_altคัดลอก URL เรียบร้อยแล้ว
17 กันยายน 2564
visibility4567

การเลือกปั้มเบรคให้เหมาะสมกับการใช้งานควรจะต้องดูที่น้ำหนักของรถมอเตอร์ไซค์ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ให้สัมพันธ์กับขนาดของปั้มเบรคด้วยซึ่งจะมี ส่วนประกอบหลักๆ ดังนี้ครับ

1. ปั้มบน ต้องให้สัมพันธ์กับขนาดของปั้มล่าง ถ้าปั้มล่างขนาดใหญ่ 4 Pot (คือขนาดลูกสูบ) หากมีการใช้ปั้มบนเดิม หรือปั้มที่แรงดันไม่พอ ผลที่ได้คือ ใช้ได้ แต่นิ่ม บีบแล้วความยุบจะเยอะเพราะแรงดันไม่แรงพอ หรืออาจจะขึ้นขั้นเบรคไม่อยู่ ดังนั้นต้องตรวจเช็คให้ดีก่อนใช้

2. ปั้มดิสล่าง ควรจะต้องให้มีความสัมพันธ์กับขนาดของรถมอเตอร์ไซค์ และน้ำหนักของรถมอเตอร์ไซค์ เพราะถ้ารถที่มีขนาดเล็กจะเบา หากไปใช้ปั้มตัวใหญ่มากกว่า 4 pot ขึ้นไปมากกว่า หรือพวกเรเดียลเม้าท์ ผลที่ได้คือ มีสวยงามกว่าของเดิมแน่นอน แต่ถ้ามันไม่สัมพันธ์กันจะทำให้เกิดอาการล้อล็อค เพราะแรงจับจานเบรคมีเยอะเกิน + รถน้ำหนักเบา อาจเกิดอาการ ล้อหน้าล็อค และปัดหรือถ้าข้อมือแข็งๆ ก็กลายเป็นอาการ หัวทิ่มแทน ดังนั้นต้องเลือกขนาดปั๊มล่างที่เหมาะกับ น้ำหนักรถเพื่อความปลอดภัย

3. เรื่องผ้าเบรค คำถามที่ว่า ผ้าเดิมกับ ผ้าแบรด์ต่างกันอย่างไร อธิบายได้อย่างนี้ ผ้าเบรคแต่ละค่ายจะมีสูตรของส่วนผสมที่เป็นสูตรทางการค้าของแต่ละรายแบรนด์ต่างๆ รวมถึงของเดิม ก็มีซัพพลายซึ่งเป็นผู้ผลิตผ้าเบรคส่งป้อนเข้าโรงงานประกอบรถต่างๆ
ดังนั้นส่วนผสมที่ใช้ จึงไม่เหมือนกัน ส่วนผสมที่ว่า จะเป็นพวกสารที่สร้างแรงเสียดทาน เช่น เซรามิก ใยหิน คาร์บอน ฯลฯ พวกนี้จะเป็นผ้าเบรคที่มีเนื้อนิ่ม ข้อดีคือ เบรคนิ่ม หยุดง่าย เสียงไม่ดัง แต่ ยิ่งนิ่มเท่าไหร่ อัตราการสึกหรอของผ้าเบรคก็มากขึ้นหรือผ้าเบรคหมดเร็วนั่นเอง และข้อเสียอีกข้อคือ ผ้าเบรคชนิดที่ยิ่งมีความร้อนสะสมเยอะประสิทธิภาพในการเบรคยิ่งต่ำลง หรือยิ่งร้อนยิ่งลื่น นั้นเอง
อีกเนื้อนึง คือแบบเนื้อผ้าเบรคผสมโลหะ ผ้าเบรคชนิดนี้จะมีโลหะเป็นส่วนผสมด้วย ตามสูตรของแต่ละค่าย ผ้าเบรคชนิดนี้เหมาะสำหรับ รถที่ใช้งานในช่วงความเร็วสูง และใช้งานหนักๆ ข้อดีคือทน ผ้าหมดช้าเพราะความแข็งของตัวผ้าเบรคที่มากกว่า
ส่วนข้อเสียคือ เสียงดัง ช่วงความเร็วต่ำ หรือวิ่งใหม่ๆ เบรคจะลื่น เพราะเนื้อโลหะจะทำงานได้ดีในช่วงที่ผ้าเบรคมีความร้อนในระดับหนึ่ง และเรื่องของการกินจานเบรค เพราะเนื้อผ้าเบรคแข็งมากจึงกินจานเบรคหรือทำให้จานสึกหรอมากกว่าแบบแรก
มั่นใจได้ว่า ผ้าเบรคที่มาจากบริษัทที่เชี่ยวชาญเรื่องการทำเกี่ยวกับระบบเบรคหรือค่ายอื่นๆ คุณภาพอาจจะเหนือกว่า เพราะว่าส่วนผสมที่แตกต่างกัน ส่วนของเดิมจากโรงงานนั้น ต้องดูว่าผลิตจากผู้ผลิตรายใด จึงจะสามารถบอกได้ว่าคุณภาพดีหรือไม่ดี
ดังนั้นคงเห็นภาพแล้วนะครับ ว่าเรื่องปั้มเบรค ผ้าเบรคไม่ใช่แค่เรื่องของการติดแบรนด์ หรือเป็นแค่เรื่องกระแส แต่มันเป็นเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยครับ
ส่วนพวกที่เอาปั้มใหญ่ๆ มาใส่ ก็ไม่ได้ผิดอะไร มีเงินก็ใส่ได้เป็นงบตัวเอง เปลี่ยนแล้วทำให้สวยงาม และปลอดภัย ตรงกับวัตถุประสงค์ของตัวเอง ก็น่าจะเพียงพอสำหรับเหตุผลในการเปลี่ยนไปใช้ของแบรนด์เนมแล้ว
ข้อควรระวัง!! เรื่องปั้มของก้อป ให้ระวังเรื่องการรั่วของปั้ม ไม่ว่า จะเป็นปั้มเบรคบนหรือปั้มเบรคล่าง เพราะของก้อปเหล่านี้ไม่มีการทดสอบ ก่อนออกขาย ดังนั้นหากเกิดอาการปั๊มรั่วกระทันหัน เบรคไม่อยู่ตอนขับ อาจเกิดอันตรายต่อตัวผู้ขับขี่ได้ ดังนั้นควรใช้ของแท้ที่มีคุณภาพได้รับมาตรฐาน การรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้จึงจะปลอดภัยกว่า
ขอบคุณข้อมูลจาก
Cr: http://www.ksrthailand.com
Facebook Adelin Thailand

การเลือกปั้มเบรคให้เหมาะสมกับการใช้งานควรจะต้องดูที่น้ำหนักของรถมอเตอร์ไซค์ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ให้สัมพันธ์กับขนาดของปั้มเบรคด้วยซึ่งจะมี ส่วนประกอบหลักๆ ดังนี้ครับ

1. ปั้มบน ต้องให้สัมพันธ์กับขนาดของปั้มล่าง ถ้าปั้มล่างขนาดใหญ่ 4 Pot (คือขนาดลูกสูบ) หากมีการใช้ปั้มบนเดิม หรือปั้มที่แรงดันไม่พอ ผลที่ได้คือ ใช้ได้ แต่นิ่ม บีบแล้วความยุบจะเยอะเพราะแรงดันไม่แรงพอ หรืออาจจะขึ้นขั้นเบรคไม่อยู่ ดังนั้นต้องตรวจเช็คให้ดีก่อนใช้

2. ปั้มดิสล่าง ควรจะต้องให้มีความสัมพันธ์กับขนาดของรถมอเตอร์ไซค์ และน้ำหนักของรถมอเตอร์ไซค์ เพราะถ้ารถที่มีขนาดเล็กจะเบา หากไปใช้ปั้มตัวใหญ่มากกว่า 4 pot ขึ้นไปมากกว่า หรือพวกเรเดียลเม้าท์ ผลที่ได้คือ มีสวยงามกว่าของเดิมแน่นอน แต่ถ้ามันไม่สัมพันธ์กันจะทำให้เกิดอาการล้อล็อค เพราะแรงจับจานเบรคมีเยอะเกิน + รถน้ำหนักเบา อาจเกิดอาการ ล้อหน้าล็อค และปัดหรือถ้าข้อมือแข็งๆ ก็กลายเป็นอาการ หัวทิ่มแทน ดังนั้นต้องเลือกขนาดปั๊มล่างที่เหมาะกับ น้ำหนักรถเพื่อความปลอดภัย

3. เรื่องผ้าเบรค คำถามที่ว่า ผ้าเดิมกับ ผ้าแบรด์ต่างกันอย่างไร อธิบายได้อย่างนี้ ผ้าเบรคแต่ละค่ายจะมีสูตรของส่วนผสมที่เป็นสูตรทางการค้าของแต่ละรายแบรนด์ต่างๆ รวมถึงของเดิม ก็มีซัพพลายซึ่งเป็นผู้ผลิตผ้าเบรคส่งป้อนเข้าโรงงานประกอบรถต่างๆ
ดังนั้นส่วนผสมที่ใช้ จึงไม่เหมือนกัน ส่วนผสมที่ว่า จะเป็นพวกสารที่สร้างแรงเสียดทาน เช่น เซรามิก ใยหิน คาร์บอน ฯลฯ พวกนี้จะเป็นผ้าเบรคที่มีเนื้อนิ่ม ข้อดีคือ เบรคนิ่ม หยุดง่าย เสียงไม่ดัง แต่ ยิ่งนิ่มเท่าไหร่ อัตราการสึกหรอของผ้าเบรคก็มากขึ้นหรือผ้าเบรคหมดเร็วนั่นเอง และข้อเสียอีกข้อคือ ผ้าเบรคชนิดที่ยิ่งมีความร้อนสะสมเยอะประสิทธิภาพในการเบรคยิ่งต่ำลง หรือยิ่งร้อนยิ่งลื่น นั้นเอง
อีกเนื้อนึง คือแบบเนื้อผ้าเบรคผสมโลหะ ผ้าเบรคชนิดนี้จะมีโลหะเป็นส่วนผสมด้วย ตามสูตรของแต่ละค่าย ผ้าเบรคชนิดนี้เหมาะสำหรับ รถที่ใช้งานในช่วงความเร็วสูง และใช้งานหนักๆ ข้อดีคือทน ผ้าหมดช้าเพราะความแข็งของตัวผ้าเบรคที่มากกว่า
ส่วนข้อเสียคือ เสียงดัง ช่วงความเร็วต่ำ หรือวิ่งใหม่ๆ เบรคจะลื่น เพราะเนื้อโลหะจะทำงานได้ดีในช่วงที่ผ้าเบรคมีความร้อนในระดับหนึ่ง และเรื่องของการกินจานเบรค เพราะเนื้อผ้าเบรคแข็งมากจึงกินจานเบรคหรือทำให้จานสึกหรอมากกว่าแบบแรก
มั่นใจได้ว่า ผ้าเบรคที่มาจากบริษัทที่เชี่ยวชาญเรื่องการทำเกี่ยวกับระบบเบรคหรือค่ายอื่นๆ คุณภาพอาจจะเหนือกว่า เพราะว่าส่วนผสมที่แตกต่างกัน ส่วนของเดิมจากโรงงานนั้น ต้องดูว่าผลิตจากผู้ผลิตรายใด จึงจะสามารถบอกได้ว่าคุณภาพดีหรือไม่ดี
ดังนั้นคงเห็นภาพแล้วนะครับ ว่าเรื่องปั้มเบรค ผ้าเบรคไม่ใช่แค่เรื่องของการติดแบรนด์ หรือเป็นแค่เรื่องกระแส แต่มันเป็นเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยครับ
ส่วนพวกที่เอาปั้มใหญ่ๆ มาใส่ ก็ไม่ได้ผิดอะไร มีเงินก็ใส่ได้เป็นงบตัวเอง เปลี่ยนแล้วทำให้สวยงาม และปลอดภัย ตรงกับวัตถุประสงค์ของตัวเอง ก็น่าจะเพียงพอสำหรับเหตุผลในการเปลี่ยนไปใช้ของแบรนด์เนมแล้ว
ข้อควรระวัง!! เรื่องปั้มของก้อป ให้ระวังเรื่องการรั่วของปั้ม ไม่ว่า จะเป็นปั้มเบรคบนหรือปั้มเบรคล่าง เพราะของก้อปเหล่านี้ไม่มีการทดสอบ ก่อนออกขาย ดังนั้นหากเกิดอาการปั๊มรั่วกระทันหัน เบรคไม่อยู่ตอนขับ อาจเกิดอันตรายต่อตัวผู้ขับขี่ได้ ดังนั้นควรใช้ของแท้ที่มีคุณภาพได้รับมาตรฐาน การรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้จึงจะปลอดภัยกว่า
ขอบคุณข้อมูลจาก
Cr: http://www.ksrthailand.com
Facebook Adelin Thailand
remove_red_eye {{ value.product_views }}
{{ value.is_fav ? 'favorite' : 'favorite_border' }}
content_copy