เปิดใช้งานตลอดเวลา
task_altคัดลอก URL เรียบร้อยแล้ว
6 มีนาคม 2569
visibility50
หน้าร้อนเมืองไทย อุณหภูมิพุ่งสูงจนคนแทบละลาย แต่รู้ไหมคะว่ามอเตอร์ไซค์ของเราก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน อาการมอเตอร์ไซค์วูบกลางอากาศ หรือรถดับกลางอากาศ ขณะขี่กลางแดดจัดเป็นปัญหาที่ไบค์เกอร์หลายคนต้องเจอ ซึ่งนอกจากจะน่าหงุดหงิดแล้ว ยังเสี่ยงต่ออุบัติเหตุอีกด้วย
1.ระบบระบายความร้อน ตรวจระดับน้ำหล่อเย็นในหม้อพัก และฟังเสีนงพัดลมไฟฟ้าว่ายังหมุนปกติไหม เพราะถ้าเกิดแห้งหรือไม่ทำงาน เครื่องยนต์จะโอเวอร์ฮีท จนกล่อง ECU สั่งตัดการทำงานทำให้รถวูบดับเพื่อป้องกันเครื่องพัง
2.แผ่นชาร์จไฟ สังเกตอาการไฟหน้าวูบวาบ หรือสตาร์ทติดยากหลังจากขับขี่มานานๆ แผ่นชาร์จเป็นตัวควบคุมกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งไวต่อความร้อนมาก หากแผ่นชาร์จร้อนจัดจนเพี้ยน ระบบไฟจะรวน
3.ระบบน้ำมันและปั๊มติ๊ก ลองเปิดฝาถังน้ำมันเพื่อระบายแรงดัน หรือเช็คเสียงปั๊มติ๊กตอนบิดกุญแจว่าทำงานปกติไหม เมื่อความร้อนสูงมาก จะทำให้ปั๊มเชื้อเพลิงส่งน้ำได้ไม่เต็มที่
4.หัวเทียนและระบบจุดระเบิด ควรเปลี่ยนหัวเทียนตามอายุการใช้งาน ทุกๆ 8,000 - 10,000 กม. หากอุปกรณ์เริ่มเสื่อมสภาพ เมื่อเจอแดดจัดจะทำให้การจ่ายไฟไม่นิ่ง จนเกิดอาการดับกลางทาง
5.น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ และเลือกเบอร์ความหนืดที่เหมาะกบอากาศเมืองไทย หากใช้มานานหรือใสเกินไป เมื่อเจอความร้อนสูงๆ ฟิล์มน้ำมันก็จะบางลงจนหล่อลื่นไม่ได้

1.พักรถเป็นระยะ หากต้องเดินทางไกล ควรพักเครื่องยนต์ทุก 1-2 ชั่วโมง
2.เช็คของเหลว ตรวจสอบน้ำมันเครื่องและน้ำหล่อเย็นไม่ให้ขาด
3.ความสะอาด ล้างเศษดินที่อุดตันตามครีบหม้อน้ำเพื่อให้ระบายอากาศได้ดีขึ้น
อาการมอเตอร์ไซค์วูบกลางอากาศ ป้องกันได้เพียงแค่เราใส่ใจจุดเสี่ยงเหล่านี้ อย่าปล่อยให้รถพังเพราะร้อน เพราะนอกจากจะเสียเงินซ่อมแล้ว ความปลอดภัยบนท้องถนนคือสิ่งสำคัญที่สุด

หน้าร้อนเมืองไทย อุณหภูมิพุ่งสูงจนคนแทบละลาย แต่รู้ไหมคะว่ามอเตอร์ไซค์ของเราก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน อาการมอเตอร์ไซค์วูบกลางอากาศ หรือรถดับกลางอากาศ ขณะขี่กลางแดดจัดเป็นปัญหาที่ไบค์เกอร์หลายคนต้องเจอ ซึ่งนอกจากจะน่าหงุดหงิดแล้ว ยังเสี่ยงต่ออุบัติเหตุอีกด้วย
1.ระบบระบายความร้อน ตรวจระดับน้ำหล่อเย็นในหม้อพัก และฟังเสีนงพัดลมไฟฟ้าว่ายังหมุนปกติไหม เพราะถ้าเกิดแห้งหรือไม่ทำงาน เครื่องยนต์จะโอเวอร์ฮีท จนกล่อง ECU สั่งตัดการทำงานทำให้รถวูบดับเพื่อป้องกันเครื่องพัง
2.แผ่นชาร์จไฟ สังเกตอาการไฟหน้าวูบวาบ หรือสตาร์ทติดยากหลังจากขับขี่มานานๆ แผ่นชาร์จเป็นตัวควบคุมกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งไวต่อความร้อนมาก หากแผ่นชาร์จร้อนจัดจนเพี้ยน ระบบไฟจะรวน
3.ระบบน้ำมันและปั๊มติ๊ก ลองเปิดฝาถังน้ำมันเพื่อระบายแรงดัน หรือเช็คเสียงปั๊มติ๊กตอนบิดกุญแจว่าทำงานปกติไหม เมื่อความร้อนสูงมาก จะทำให้ปั๊มเชื้อเพลิงส่งน้ำได้ไม่เต็มที่
4.หัวเทียนและระบบจุดระเบิด ควรเปลี่ยนหัวเทียนตามอายุการใช้งาน ทุกๆ 8,000 - 10,000 กม. หากอุปกรณ์เริ่มเสื่อมสภาพ เมื่อเจอแดดจัดจะทำให้การจ่ายไฟไม่นิ่ง จนเกิดอาการดับกลางทาง
5.น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ และเลือกเบอร์ความหนืดที่เหมาะกบอากาศเมืองไทย หากใช้มานานหรือใสเกินไป เมื่อเจอความร้อนสูงๆ ฟิล์มน้ำมันก็จะบางลงจนหล่อลื่นไม่ได้

1.พักรถเป็นระยะ หากต้องเดินทางไกล ควรพักเครื่องยนต์ทุก 1-2 ชั่วโมง
2.เช็คของเหลว ตรวจสอบน้ำมันเครื่องและน้ำหล่อเย็นไม่ให้ขาด
3.ความสะอาด ล้างเศษดินที่อุดตันตามครีบหม้อน้ำเพื่อให้ระบายอากาศได้ดีขึ้น
อาการมอเตอร์ไซค์วูบกลางอากาศ ป้องกันได้เพียงแค่เราใส่ใจจุดเสี่ยงเหล่านี้ อย่าปล่อยให้รถพังเพราะร้อน เพราะนอกจากจะเสียเงินซ่อมแล้ว ความปลอดภัยบนท้องถนนคือสิ่งสำคัญที่สุด

remove_red_eye {{ value.product_views }}
{{ value.is_fav ? 'favorite' : 'favorite_border' }}
content_copy