เปิดใช้งานตลอดเวลา
task_altคัดลอก URL เรียบร้อยแล้ว
10 พฤศจิกายน 2564
visibility3416

ชาว Biker ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้วว่าหมวกกันน็อคในปัจจุบันได้มีการออกแบบ และรูปแบบการใช้งานหลากหลายแบบหลากหลายแนว ซึ่งแล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล ในการใช้งานบางท่านอาจมีหมวกกันน็อคหลายใบเพราะมีการใช้งานในการขับขี่ที่แตกต่างกัน วันนี้เราจึงมาเปรียบเทียบข้อดี – ข้อเสียของหมวกกันน็อคแต่ละประเภทให้ทุกท่านได้เปรียบเทียบด่าหมวกกันน็อคสไตร์ไหนที่ตรงคามต้องการท่านมากที่สุด
หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ

ข้อดี
- ออกแบบมาครอบคลุมทั้งศรีษะ ตั้งแต่คางไปจนถึงท้ายทอย ภายในบุนวมหนาจนแทบไม่มีช่องว่างเมื่อสวมใส่ คุณสมบัติป้องกันแรงกระแทกดีเยี่ยม เหมาะสำหรับนักแข่งและผู้ที่ต้องขับทางไกล
- ลดแรงลมขณะที่ขับขี่ป้องกันลมที่เข้าตา อาจมีเศษฝุ่นละอองที่ทำให้ภายในดวงตาของคุณระคายเคืองได้ทำให้คุณเสียความสามารถในการขับรถไปชั่วขณะซึ่งถ้าคุณขับรถโดยที่ไม่มีกระจกบังเป็นระยะเวลานานๆหลายปีมีผลเสียที่ส่งมากับระบบสายตาคืออาจทำให้คุณเป็นต้อกระจกหรือต้อลมได้
- หากเลือกใช้แบบที่ผลิตโดยคาร์บอนก็จะมีน้ำหนักเบาทำให้ผู้สวมใส่ ไม่ต้องทนกับน้ำหนักหมวกกันน็อคหนักๆทำให้เป็นผลดีกับร่างกายในการขับขี่ในระยะทางที่ไกลและใช้เวลานานๆ
- ไม่ต้านลม ในการขับรถด้วยความเร็วสูงหมวกกันน็อคแบบเต็มใบส่วนใหญ่ออกแบบมาให้เพียวและลู่ลมตามหลักการแอโรไดนามิคส์เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มสมรรถนะในการขี่ที่ดีขึ้น
- ลดเสียงรบกวนระหว่างการขับขี่ได้ทำให้สมาธิในการขับขี่ดีขึ้น
- สามารถเชื่อมต่อกับบลูทูธเพื่อสื่อสารในระหว่างออกทริปหรือพูดคุยกับผู้ซซ้อนท้ายได้ระหว่างการขับขี่
ส่วนข้อเสีย
- การที่ต้องไปไหนมาไหนแล้วต้องถือหมวกกันน็อคเหมือนเป็นการเพิ่มภาระให้ตัวคุณเพราะราคาสูงหากวางทิ้งไว้อาจโดนขโมยได้
- การดูแลรักษาที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษทั้งเรื่องซซีลและเรื่องนวมภายในหมวก
- การระบายความร้อนหากต้องสวมใส่เป็นเวลานาน ๆ ควนเปิดช่องระบายความร้อน
- ราคาสูง
แบบยกคางหรือโมดูลาร์หรือฟลิพอัพ

ข้อดี
- คุณสมบัติเทียบเท่าหมวกแบบเต็มใบแทบทุกข้อ
- ความแตกต่างเพิ่มเติมจากหมวกแบบเต็มใบ แต่สามารถยกการ์ดป้องกันใต้คางขึ้นได้ในระหว่างหยุดพักรถ หรือจอดรถ สะดวกรวดเร็วไม่ต้องถอดหมวกออกทั้งใบ
ส่วนข้อเสีย
- คล้ายๆ ของหมวกแบบเต็มใบแทบทุกข้อ
- แต่หมวกแบบเปิดมักจะไม่ได้ทำจากคาร์บอน ทำให้อาจมีน้ำหนักมากกว่าหมวกแบบเต็มใบที่ทำจากคาร์บอน
- ระบบเปิดใต้ค้าง หากใช้อย่างไม่ระวังอาจเกิดความเสียหายได้ง่าย และไม่ควรเปิดใต้คางในระหว่างการขับขี่เพราะอาจทำให้ลมมาปะทะ เกินการต้านลมและสูญเสียการควบคุมรถได้
แบบเปิดหน้าหรือเปิดคาง

ข้อดี
- นิยมมากในกลุ่มของนักบิดสไตล์ครูเซอร์หรือสกู๊ตเตอร์ โดยโครงสร้างแบบ 3 ส่วน 4 ของหมวกแบบเปิดหน้าหรือเปิดคางให้ฟีลลิ่งในสไตล์วินเทจได้ดี และเข้ากับการขับขี่รถบนท้องถนนทั่วไป
- มีการรับลมที่ดีกว่าหมวกแบบเต็มใบ ช่วยลดความอับชื้นหรือความร้อนระหว่างขับขี่ได้
- ใส่ - ถอดได้สบายกว่า หมวกแบบเต็มใบ ในกรณีที่เราต้องใส่-ถอด บ่อยๆ
- ราคาไม่สูงมาก
- ความสามารถปกป้องความปลอดภัยเทียบเท่ากับหมวกเต็มใบ
ส่วนข้อเสีย
- ไม่ได้มีการปกป้องใต้ค้าง ไม่เหมาะในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
- ไม่ได้ลดเรื่องเสียงรบกวนในระหว่างการขับขี่
- การป้องกันเรื่องฝุ่นหรือลมที่จะเข้ามาปะทะด้อยกว่าแบบเต็มใบ
- ไม่สามารถเชื่อมต่อระบบบลูทูธได้
หมวกแบบวิบาก (Motocross)

มากันที่หมวกกันน็อคสำหรับสายแข่ง หรือสายลุย ที่ชอบขับขี่มอเตอร์ไซค์ในทางวิบาก หรือทางออฟโรด ซึ่งเหมาะกับหมวกกันน็อควิบาก หรือ Motocross หมวกเฉพาะทางสำหรับนักขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก มีลักษณะเป็นหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ
ข้อดี
- จะมีช่วงคางยื่นออกไปมากกว่าหมวกแบบอื่น เพื่อเพิ่มพื้นที่ป้องกันคางมากขึ้น และหมวกแบบนี้จะไม่มีกระจกกันลม เพราะผู้ใส่จะสวมแว่นแบบก็อกเกิ้ล หรือแว่นตาที่รัดกับหมวก เพื่อป้องกันลม และป้องกันเศษดินเศษหินกระเด็นเข้าตา
- มีส่วนที่ยื่นออกมาช่วยบังแดด ป้องกันโคลน และสามารถเพิ่มการปกป้องได้มากขึ้น
- น้ำหนักไม่มากสวมใส่ไม่ยาก
ข้อเสีย
- หมวกกันน็อกแบบนี้จึงไม่เหมาะกับการขับขี่บนทางหลวง ไฮเวย์ อันเนื่องมาจากคุณสมบัติของมัน มันกันเสียงรบกวนได้น้อย กินลม เกิดเสียงลมในหมวกมากจนน่ารำคาญได้ นอกจากนี้ตัวปีกหมวกด้านบนยังทำหน้าที่กินลมคล้ายว่าวอาจเสียการควบคุมรถได้
- ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมเยอะ

ชาว Biker ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้วว่าหมวกกันน็อคในปัจจุบันได้มีการออกแบบ และรูปแบบการใช้งานหลากหลายแบบหลากหลายแนว ซึ่งแล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล ในการใช้งานบางท่านอาจมีหมวกกันน็อคหลายใบเพราะมีการใช้งานในการขับขี่ที่แตกต่างกัน วันนี้เราจึงมาเปรียบเทียบข้อดี – ข้อเสียของหมวกกันน็อคแต่ละประเภทให้ทุกท่านได้เปรียบเทียบด่าหมวกกันน็อคสไตร์ไหนที่ตรงคามต้องการท่านมากที่สุด
หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ

ข้อดี
- ออกแบบมาครอบคลุมทั้งศรีษะ ตั้งแต่คางไปจนถึงท้ายทอย ภายในบุนวมหนาจนแทบไม่มีช่องว่างเมื่อสวมใส่ คุณสมบัติป้องกันแรงกระแทกดีเยี่ยม เหมาะสำหรับนักแข่งและผู้ที่ต้องขับทางไกล
- ลดแรงลมขณะที่ขับขี่ป้องกันลมที่เข้าตา อาจมีเศษฝุ่นละอองที่ทำให้ภายในดวงตาของคุณระคายเคืองได้ทำให้คุณเสียความสามารถในการขับรถไปชั่วขณะซึ่งถ้าคุณขับรถโดยที่ไม่มีกระจกบังเป็นระยะเวลานานๆหลายปีมีผลเสียที่ส่งมากับระบบสายตาคืออาจทำให้คุณเป็นต้อกระจกหรือต้อลมได้
- หากเลือกใช้แบบที่ผลิตโดยคาร์บอนก็จะมีน้ำหนักเบาทำให้ผู้สวมใส่ ไม่ต้องทนกับน้ำหนักหมวกกันน็อคหนักๆทำให้เป็นผลดีกับร่างกายในการขับขี่ในระยะทางที่ไกลและใช้เวลานานๆ
- ไม่ต้านลม ในการขับรถด้วยความเร็วสูงหมวกกันน็อคแบบเต็มใบส่วนใหญ่ออกแบบมาให้เพียวและลู่ลมตามหลักการแอโรไดนามิคส์เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มสมรรถนะในการขี่ที่ดีขึ้น
- ลดเสียงรบกวนระหว่างการขับขี่ได้ทำให้สมาธิในการขับขี่ดีขึ้น
- สามารถเชื่อมต่อกับบลูทูธเพื่อสื่อสารในระหว่างออกทริปหรือพูดคุยกับผู้ซซ้อนท้ายได้ระหว่างการขับขี่
ส่วนข้อเสีย
- การที่ต้องไปไหนมาไหนแล้วต้องถือหมวกกันน็อคเหมือนเป็นการเพิ่มภาระให้ตัวคุณเพราะราคาสูงหากวางทิ้งไว้อาจโดนขโมยได้
- การดูแลรักษาที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษทั้งเรื่องซซีลและเรื่องนวมภายในหมวก
- การระบายความร้อนหากต้องสวมใส่เป็นเวลานาน ๆ ควนเปิดช่องระบายความร้อน
- ราคาสูง
แบบยกคางหรือโมดูลาร์หรือฟลิพอัพ

ข้อดี
- คุณสมบัติเทียบเท่าหมวกแบบเต็มใบแทบทุกข้อ
- ความแตกต่างเพิ่มเติมจากหมวกแบบเต็มใบ แต่สามารถยกการ์ดป้องกันใต้คางขึ้นได้ในระหว่างหยุดพักรถ หรือจอดรถ สะดวกรวดเร็วไม่ต้องถอดหมวกออกทั้งใบ
ส่วนข้อเสีย
- คล้ายๆ ของหมวกแบบเต็มใบแทบทุกข้อ
- แต่หมวกแบบเปิดมักจะไม่ได้ทำจากคาร์บอน ทำให้อาจมีน้ำหนักมากกว่าหมวกแบบเต็มใบที่ทำจากคาร์บอน
- ระบบเปิดใต้ค้าง หากใช้อย่างไม่ระวังอาจเกิดความเสียหายได้ง่าย และไม่ควรเปิดใต้คางในระหว่างการขับขี่เพราะอาจทำให้ลมมาปะทะ เกินการต้านลมและสูญเสียการควบคุมรถได้
แบบเปิดหน้าหรือเปิดคาง

ข้อดี
- นิยมมากในกลุ่มของนักบิดสไตล์ครูเซอร์หรือสกู๊ตเตอร์ โดยโครงสร้างแบบ 3 ส่วน 4 ของหมวกแบบเปิดหน้าหรือเปิดคางให้ฟีลลิ่งในสไตล์วินเทจได้ดี และเข้ากับการขับขี่รถบนท้องถนนทั่วไป
- มีการรับลมที่ดีกว่าหมวกแบบเต็มใบ ช่วยลดความอับชื้นหรือความร้อนระหว่างขับขี่ได้
- ใส่ - ถอดได้สบายกว่า หมวกแบบเต็มใบ ในกรณีที่เราต้องใส่-ถอด บ่อยๆ
- ราคาไม่สูงมาก
- ความสามารถปกป้องความปลอดภัยเทียบเท่ากับหมวกเต็มใบ
ส่วนข้อเสีย
- ไม่ได้มีการปกป้องใต้ค้าง ไม่เหมาะในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
- ไม่ได้ลดเรื่องเสียงรบกวนในระหว่างการขับขี่
- การป้องกันเรื่องฝุ่นหรือลมที่จะเข้ามาปะทะด้อยกว่าแบบเต็มใบ
- ไม่สามารถเชื่อมต่อระบบบลูทูธได้
หมวกแบบวิบาก (Motocross)

มากันที่หมวกกันน็อคสำหรับสายแข่ง หรือสายลุย ที่ชอบขับขี่มอเตอร์ไซค์ในทางวิบาก หรือทางออฟโรด ซึ่งเหมาะกับหมวกกันน็อควิบาก หรือ Motocross หมวกเฉพาะทางสำหรับนักขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก มีลักษณะเป็นหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ
ข้อดี
- จะมีช่วงคางยื่นออกไปมากกว่าหมวกแบบอื่น เพื่อเพิ่มพื้นที่ป้องกันคางมากขึ้น และหมวกแบบนี้จะไม่มีกระจกกันลม เพราะผู้ใส่จะสวมแว่นแบบก็อกเกิ้ล หรือแว่นตาที่รัดกับหมวก เพื่อป้องกันลม และป้องกันเศษดินเศษหินกระเด็นเข้าตา
- มีส่วนที่ยื่นออกมาช่วยบังแดด ป้องกันโคลน และสามารถเพิ่มการปกป้องได้มากขึ้น
- น้ำหนักไม่มากสวมใส่ไม่ยาก
ข้อเสีย
- หมวกกันน็อกแบบนี้จึงไม่เหมาะกับการขับขี่บนทางหลวง ไฮเวย์ อันเนื่องมาจากคุณสมบัติของมัน มันกันเสียงรบกวนได้น้อย กินลม เกิดเสียงลมในหมวกมากจนน่ารำคาญได้ นอกจากนี้ตัวปีกหมวกด้านบนยังทำหน้าที่กินลมคล้ายว่าวอาจเสียการควบคุมรถได้
- ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมเยอะ
remove_red_eye {{ value.product_views }}
{{ value.is_fav ? 'favorite' : 'favorite_border' }}
content_copy